earcarehub earcarehub เรื่องหูและช่องหู ที่อ่านแล้วใช้ได้จริง
การดูดขี้หูด้วยเครื่อง microsuction ในคลินิก โดยมี otoscope ส่องดูภายในช่องหูก่อนลงมือ

คู่มือทำความสะอาดหูอย่างระมัดระวัง

ขี้หูไม่ได้มีไว้ให้แคะทิ้ง คัตตอนบัดก็ไม่ได้ทำมาเพื่อใส่ในช่องหู หน้านี้พาไล่ทีละขั้นตั้งแต่กลไกธรรมชาติของช่องหู ไปจนถึงทางเลือกอย่างการดูดขี้หูและการล้างหูที่เหมาะกับแต่ละสถานการณ์

ยังไม่แน่ใจว่าอาการหูอื้อมาจากขี้หูแน่นหรืออย่างอื่น

เทียบวิธีดูแลหูแต่ละแบบก่อนตัดสินใจได้ในหน้าถัดไป

เปรียบเทียบบริการดูแลหู

ขี้หูทำอะไรให้หูเราบ้าง

ขี้หูไม่ได้มีไว้ให้แคะทิ้ง มันคือส่วนผสมของเซลล์ผิวที่ผลัดออกตามธรรมชาติและสารคัดหลั่งในช่องหู ซึ่งช่วยดักฝุ่นและรักษาความชื้นของผิวช่องหู

ช่องหูยังมีกลไกที่ดันขี้หูออกมาทางปากทางเองเมื่อเราขยับกรามจากการเคี้ยวหรือพูด ปัญหาจึงไม่ใช่การมีขี้หู แต่คือการที่ขี้หูถูกดันกลับเข้าไปหรืออัดแน่นจนระบายออกไม่ได้

เพราะกลไกนี้ทำงานตลอดเวลาที่เราขยับปาก การดูแลที่ถูกทางจึงไม่ใช่การพยายามเอาขี้หูออกให้หมดทุกวัน แต่คือการปล่อยให้ช่องหูทำหน้าที่ของตัวเอง และแค่คอยเช็ดส่วนที่อยู่ด้านนอกเท่านั้น

คัตตอนบัดวางข้างจุกหูอุดหูซิลิโคนบนผ้าสีครีม
คัตตอนบัดออกแบบมาสำหรับเช็ดผิวภายนอก ไม่ได้ทำมาเพื่อสอดเข้าไปในช่องหู

ทำไมคัตตอนบัดถึงเป็นตัวปัญหาหลัก

คัตตอนบัดออกแบบมาสำหรับเช็ดผิวภายนอก ไม่ได้ทำมาเพื่อใส่เข้าไปในช่องหู เมื่อใส่เข้าไป ปลายสำลีจะดันขี้หูที่อยู่ใกล้ปากทางกลับเข้าไปด้านใน และการขยับซ้ำๆ อาจทำให้ผิวช่องหูถลอกโดยไม่รู้ตัว

ผิวที่ถลอกจะบวมเล็กน้อยและทำให้รู้สึกแน่นหูมากขึ้นกว่าเดิม หลายคนจึงแคะถี่ขึ้นเพราะคิดว่ายังไม่สะอาด ทั้งที่จริงคือวงจรที่ทำให้แย่ลง

ถ้าเลิกแคะแล้วยังรู้สึกแน่นติดต่อกันหลายวัน การให้คนส่องดูช่องหูจะบอกได้ชัดว่าขี้หูอัดอยู่ตรงไหน หรือผิวช่องหูมีรอยถลอกอยู่ก่อนแล้ว

สัญญาณว่าควรหยุดแคะทันที

ถ้าแคะแล้วเจ็บ รู้สึกมีอะไรอุ่นๆ ไหล หรือได้ยินลดลงข้างที่แคะ ให้หยุดทันที และอย่าพยายามแคะซ้ำเพื่อดูว่าออกหรือยัง

อาการเหล่านี้อาจหมายถึงผิวช่องหูบวมหรือมีแผล ซึ่งการแคะต่อจะทำให้แย่ลง การรอให้อาการสงบก่อนแล้วค่อยให้คนตรวจดูจะปลอดภัยกว่า

ดูคำถามที่พบบ่อย
ผ้าเช็ดตัวสะอาดและจุกอุดหูวางบนเคาน์เตอร์ห้องน้ำในแสงธรรมชาติ

วิธีเช็ดทำความสะอาดที่ทำได้เอง

สิ่งที่ทำได้ที่บ้านคือเช็ดเฉพาะรอบนอกของใบหูและปากทางช่องหูด้วยผ้าสะอาดชุบน้ำหมาดๆ หรือใช้ผ้าเช็ดตัวหลังอาบน้ำเช็ดให้แห้ง ไม่ต้องสอดอะไรเข้าไปในช่องหูเลย

ถ้าหูรู้สึกอับชื้นหลังอาบน้ำ การเอียงหูให้ระบายน้ำออกและเช็ดภายนอกให้แห้งก็เพียงพอสำหรับการดูแลประจำวัน วิธีนี้ใช้เวลาไม่ถึงนาทีและไม่ต้องซื้ออุปกรณ์ใดเพิ่ม

สิ่งที่ควรเลี่ยงคือการเอานิ้วหรือของแข็งใดๆ หมุนวนในช่องหู เพราะนอกจากจะดันขี้หูกลับเข้าไปแล้ว ยังเสี่ยงต่อการทำให้ผิวช่องหูถลอกโดยไม่รู้ตัว

การล้างหูด้วยน้ำเกลือ กับ microsuction ต่างกันอย่างไร

สองวิธีนี้ใช้หลักการคนละแบบ ทั้งคู่ต้องเริ่มจากการส่องดูช่องหูก่อนเสมอ เพื่อให้รู้ว่าขี้หูอยู่ตำแหน่งไหนและผิวช่องหูพร้อมรับการทำหรือไม่

การล้างหูด้วยน้ำเกลือ

ใช้แรงดันน้ำช่วยดันขี้หูที่อ่อนตัวออกมา เหมาะกับขี้หูที่ไม่ได้แข็งมากและช่องหูไม่มีปัญหาผิว แต่ถ้าช่องหูเคยอักเสบหรือมีแผล การฉีดน้ำเข้าไปอาจทำให้แย่ลง จึงควรให้คนตรวจช่องหูก่อนว่าสภาพพร้อมหรือไม่ ไม่ควรลองล้างเองที่บ้านด้วยกระบอกฉีด

การดูดขี้หูด้วย microsuction

microsuction คือการใช้เครื่องดูดขี้หูออกจากช่องหูโดยไม่ต้องฉีดน้ำเข้าไป วิธีนี้เหมาะกับคนที่ไม่อยากให้น้ำเข้าไปในช่องหู หรือมีขี้หูที่ล้างด้วยน้ำเกลือไม่ออก มักใช้ร่วมกับ otoscope ซึ่งเป็นกล้องขนาดเล็กสำหรับส่องดูภายในช่องหูก่อนลงมือทำ ทำให้คนทำเห็นตำแหน่งขี้หูและผนังช่องหูจริง ไม่ได้ทำงานแบบเดา

มือที่สวมถุงมือถือเครื่องดูดขี้หู microsuction เหนือถาด โดยมี otoscope วางอยู่ข้างๆ
microsuction ทำงานโดยไม่ต้องฉีดน้ำเข้าไปในช่องหู จึงเลี่ยงความชื้นที่ค้างอยู่ในรูหูได้

ทำไมต้องส่องดูก่อน

otoscope ช่วยให้เห็นว่าขี้หูอยู่ชิดผนังช่องหูหรืออุดตันเต็มช่อง เพราะสองกรณีนี้ใช้วิธีจัดการต่างกัน การเลือกวิธีโดยไม่ส่องดูก่อนจึงเสี่ยงทั้งต่อการทำซ้ำและการระคายเคืองโดยไม่จำเป็น

เปรียบเทียบบริการดูแลหู

จะรู้ได้อย่างไรว่าควรให้มืออาชีพทำ

ถ้าขี้หูแน่นจนหูอื้อ แคะเองไม่ออก หรือล้างด้วยน้ำเกลือแล้วยังไม่ดีขึ้น การให้คนที่มีเครื่องมือส่องดูจะตรงกว่า

การทำที่คลินิกหรือสถานพยาบาลยังช่วยให้ตรวจได้ว่าอาการที่รู้สึกอยู่เกิดจากขี้หูหรือจากอย่างอื่น เพราะบางครั้งสิ่งที่ทำให้หูอื้อยืนยันได้ด้วยการส่องดูเท่านั้น

สัญญาณที่บอกว่าถึงเวลา

  • หูอื้อต่อเนื่องจนรบกวนการฟังในชีวิตประจำวัน
  • แคะเองแล้วขี้หูไม่ออก หรือออกไม่หมด
  • ล้างด้วยน้ำเกลือแล้วอาการยังเท่าเดิม

สิ่งที่ควรเตรียมก่อนไป

เล่าให้ผู้ตรวจฟังว่าอาการเริ่มเมื่อไร เคยแคะหรือหยอดอะไรไปแล้วบ้าง และมีโรคประจำตัวหรือการผ่าตัดหูมาก่อนหรือไม่ ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้การส่องดูและการเลือกวิธีดูแลตรงกับสถานการณ์จริงของคุณ

การดูแลหลังทำความสะอาดหู

หลังทำความสะอาดหู ควรงดแคะหรือหยอดอะไรเพิ่มในช่องหูอย่างน้อยในระยะสั้น เพื่อให้ผิวช่องหูที่อาจระคายเคืองได้ฟื้นตัว

ถ้ารู้สึกอุ่นหรือเจ็บหลังทำ

ควรแจ้งผู้ที่ทำให้ทราบเพื่อตรวจดูว่ามีรอยถลอกหรือไม่ และถ้าอาการไม่ดีขึ้นในหนึ่งถึงสองวัน ควรให้คนตรวจอีกครั้ง

ระหว่างรอให้ผิวสงบ

เลี่ยงการแคะซ้ำและเลี่ยงการให้น้ำเข้าไปในช่องหู เช่น ระวังตอนสระผมหรือว่ายน้ำ แล้วเช็ดเฉพาะรอบนอกให้แห้งตามปกติ

กลับมาเช็ดตามปกติเมื่อไร

เมื่อไม่รู้สึกแน่นหรือเจ็บแล้ว ก็กลับไปเช็ดเฉพาะรอบนอกใบหูและปากทางช่องหูแบบเดิมได้ ไม่ต้องเพิ่มขั้นตอนใดเป็นพิเศษ

คำถามที่เจอบ่อยเรื่องการทำความสะอาดหู

รวบรวมข้อสงสัยที่คนถามบ่อยที่สุดก่อนตัดสินใจทำความสะอาดหูด้วยตัวเองหรือไปใช้บริการ

ดูคำถามที่พบบ่อย
แคะหูทุกวันจะทำให้หูสะอาดขึ้นจริงไหม

การแคะบ่อยไม่ได้ทำให้สะอาดขึ้น เพราะช่องหูมีกลไกดันขี้หูออกมาเองอยู่แล้ว การแคะถี่ๆ จะดันขี้หูกลับเข้าไปด้านในและเพิ่มโอกาสที่ผิวช่องหูจะถลอก ซึ่งทำให้รู้สึกแน่นหูมากกว่าเดิม

ล้างหูด้วยน้ำเกลือเองที่บ้านได้ไหม

ไม่ควรใช้กระบอกฉีดล้างเองที่บ้าน เพราะแรงดันที่มากเกินไปหรือการฉีดในขณะที่ช่องหูมีแผลอยู่อาจทำให้แย่ลง การล้างหูด้วยน้ำเกลือเหมาะเมื่อมีคนตรวจช่องหูก่อนแล้วว่าสภาพพร้อมจริง

หูอื้อหลังว่ายน้ำควรทำอย่างไร

เริ่มจากการเอียงหูให้ระบายน้ำออก เช็ดเฉพาะรอบนอกให้แห้ง แล้วรอดูสักระยะ ถ้ายังอื้ออยู่หรือรู้สึกแน่นต่อเนื่อง การให้คนส่องดูช่องหูจะบอกได้ว่ามีน้ำหรือขี้หูค้างอยู่ตรงไหน

อย่าใช้คัตตอนบัดซับน้ำในช่องหู เพราะจะดันขี้หูที่พองตัวจากน้ำให้อัดแน่นขึ้น และอ่านเรื่องน้ำเข้าหูเพิ่มเติมได้ถ้าอาการยังไม่ดีขึ้น

ทำไมบางคนต้องใช้ otoscope ก่อนทำความสะอาดหู

otoscope เป็นกล้องขนาดเล็กที่ช่วยให้เห็นตำแหน่งขี้หูและสภาพผนังช่องหูจริง ทำให้เลือกได้ว่าจะใช้ microsuction หรือวิธีอื่น และหลีกเลี่ยงการทำซ้ำในจุดที่ผิวกำลังระคายเคือง

อ่านต่อในเรื่องที่ใกล้เคียง

ถ้าอาการของคุณเกี่ยวกับน้ำเข้าหูมากกว่าขี้หูอัดแน่น หรือถ้ายังไม่แน่ใจว่าจะเลือกวิธีดูแลแบบไหน สองหน้าถัดไปนี้อธิบายเพิ่มในมุมที่ต่างจากหน้านี้

สอบถามเพิ่มเติม

earcarehub

88 อาคารสาทรซิตี้ทาวเวอร์ ชั้น 12 ถนนสาทรใต้ แขวงยานนาวา เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120

โทร +66 2 636 5500

อีเมล [email protected]

เปิดทำการวันจันทร์–วันศุกร์ 09:00–18:00 น.

ติดต่อเรา